
ทางเลือกที่มีความหวัง
เช้า วันอาทิตย์ ญาติของเพื่อนโทรมาพูดคุยขอคำแนะนำ
ในการตัดสินใจของเธอ "น้องเพิ่งรู้ว่าเป็นมะเร็งเต้านม
และตอนนี้ท้องได้ 5 เดือนหมอบอกว่า
ต้องเลือกน้องอยากเอาลูกไว้มีแต่คนไม่ เห็นด้วย"
และเสียงร้องไห้ก็ตามมาสักพักใหญ่ๆ
บางทีการที่น้องได้ร้องไห้ออกมา
ปลดปล่อยความวิตกกังวล และความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้
ผ่อนคลายใคร่ครวญความรู้สึกตัวเอง ฉันบอกน้องไปว่า
"ไม่ว่าน้องจะเลือกวิธีไหนดีทั้งนั้นแหละ
บางครั้งเราอาจไม่จำเป็นเลือกทางดีที่สุด
แต่สามารถทำชีวิตวันนี้ให้ดีมีความสุขได้"
"พี่จิ๋มรู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง"
เข้าใจเลยว่าอาการอัมพาตเป็นยังไง
และช่วงระหว่างการดูรักษา
ก็จะเกิดสงครามชักคะเย่อระหว่างความรู้สึก
มีหวัง กับสิ้นหวัง วันหนึ่งอาจรู้สึกเราอาจจะหาย
ในขณะวันต่อมาเราอาจจะรู้สึกหดหู่ เศร้า
ด้วยความรู้สึกว่าฉันเข้าใจผิดหรือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ความสุขเป็นเรื่องที่เรารักษาไว้ได้ยากมาก
พอหาหนทางออกให้ตัวเองไม่ได้เราจะคิดถึง
ความเป็นไปได้ต่างๆ นานา
ช่วงนี้ จะเป็นช่วงเสียตังค์ กับอาหารเสริมและ
ยาวิเศษรักษาได้ทุกโรคแถมยังเผลอทำพิธีทางไสยศาสตร์
มากมายไปหมด แต่พี่มีความเชื่อเป็นพลังผลักดันชีวิต
เชื่อในทางที่เราเลือกก่อนและฟัง เสียงภูมิปัญญาในหัวใจเรา
ความหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไร?เงียบสักพัก
แล้วน้องก็ขอบคุณ และจะตัดสินใจภายในอาทิตย์นี้
แล้วจะส่งข่าวบอกในการตัดสินใจของเธอ
การดูแลตัวเองด้วยความเข้าใจและดูแลผู้อื่น่ด้วยความรัก
เป็นอีกคำตอบหนึ่งในการมีชีวิตอยู่ของฉันในขณะนี้
ตุ๊กตาเด็กผู้ชายสะพายย่ามขณะกำลังก้าวขาเดินเป็นตัวโปรด
ที่ฉันชอบมองรู้สึกว่าชีวิตต้องก้าวต่อไป บางครั้งที่ผิดหวังหรือรู้ตัว
ว่าชีวิตไม่เป็นไปอย่างที่คิดเรามักจะป้องกันตัวเอง
ไม่ให้เจ็บปวดด้วยการหนีหน้าไปทางอื่นๆ
และไม่ยอมเผชิญสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ก็คงเหมือนกับการไม่ยอม
ข้ามแอ่งน้ำเพราะกลัวเปียกแต่เลือกเลี่ยงที่เดินอ้อม
ไปทางที่ไกลขึ้นแท้จริงแล้วนี้คือวิธีการใช้ชีวิตของคนขี้ขลาด
ที่ก้าวไปข้างหน้าต่างหากทุกสิ่งดำเนินต่อไป
ชีวิตไม่ได้อยู่ข้างหลัง กับมาดูแลสุขภาพที่เหลือ
และก้าวต่อไป เมื่อวันที่ชีวิตเดิมมาถึงจุดเปลี่ยน
จนบางครั้งเราไม่ได้ตระเตรียมหัวใจ
ความทุกข์ ความสุข ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อใด
จะยอมรับความจริงได้แค่ไหน
อยู่ที่เรียนรู้ ยอมรับตามความคิดสติให้ทัน
และเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวเดินสุ่ "ฤดูกาลชีวิต"