หัวใจฉันแตกสลาย เมื่อหมอบอกว่า"มะเร็งของคุณกลับมาอีกแล้ว"
แค่นั้นสมองและประสาทหูของฉันไม่ได้ยินและรับรู้อะไร
คำพูดของหมอผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา
สมองไม่ได้บันทึกความทรงจำใดๆ
ฉันคิดถึงแม่เข้าใจเลยว่าอาการอัมพาตเป็นอย่างไร
จากกรุงเทพถึงเชียงรายฉันไม่กล้าเจอหน้าใคร
ฉันกลัวคำถามมากมาย ฉันนั่งร้องไห้ 2-3 ชั่วโมง
มึนงงสับสนไปหมดโกรธโชคชะตาและคนรอบข้าง
ในใจมีแต่เสียงตัดพ้อและต่อว่า
พอคนเริ่มมองและสังเกตเห็นโทหาเพื่อนรุ่นน้องให้มารับที่สนามบิน
ฉันขอบคุณเขามากเข้ามารับและมองหน้าและถามเพียงว่า
พี่อยากไปไหนฉ้นต้องการที่ที่ให้กำลังใจ
แรงงบันดาลใจให้ฉันได้นิ่งสงบสติอารมณ์
ให้เสียงในหัวมันหยุดวิพากย์วิจารณ์
ฉันคิดถึงวัดพอไปถึงฉันเข้าไปกราบพระประทานในโบสถ์
สิ่งที่ฉันขอก็คือปัญญาที่จะจัดการเวลาที่เหลืออยู่อย่างไร
ฉันตั้งคำถามกับตัวเองทำไมฉันรู้สึกแย่และสิ้นหวังมากมาย
ทั้งๆที่ก็เคยผ่านเหตุการณ์วิกฤติมาครั้งหนึ่งแล้ว
เสียงภายในใจค่อยๆบอกฉันทีละนิด
ฉันหลงระเริงกะตัวเองยึดติดคิดว่าตัวเองเก่งแน่แล้ว
ฉันมีความฝันและกำลังเริ่มต้นทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
พึ่งเปิดร้านอาหารใหม่ชื่อร้าน "ใส่ใจ"
เป็นร้านในอุดมคติและตอนนี้ฉันกลับมาป่วยอีกรอบ
สภาพฉันเป็นแบบนี้คนอื่นต้องมองว่าฉันล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จ
ไม่เก่งจริง
ฉันต้องเจ้งแน่ๆ
ยึดติดทะนงตัวเองมากมายกับชื่อเสียง
อยากให้โลกนี้ดับสูญไปซะ
พลังแห่งความเงียบในโบสถ์
และจังหวะการเต้นของหัวใจช่วยให้ความ
ฟุ้งซ่านในหัวค่อยๆดับลง
ฉันนั่งหลับตาลงในความมืดของโลกภายนอกดับสูญ
ฉันค่อยๆเห็นแสงรำไรจากภายใน
ช่วยให้เห็นใจของฉันชัดเจนมากขึ้น
แสงที่สาดฉายลงไปในความมืด
ในใจฉันช่วยพอที่จะนำทางที่ก่อเกิดปัญญา
ที่ปัดเป่าอวิชาออกไปจากใจ
"จงยอมรับสภาพร่างกายและชะตากรรมในปัจจุบันของเรา"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น